5 เหตุผลทำไมคนถึงนิยมเรียนจัดงานออแกไนซ์กันมากขึ้น

หนุ่มสาว Gen Y, Gen Z คือ กลุ่มคนเลือดใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์อยู่ในตัว ชอบความตื่นเต้น ชอบท้าทายตัวเอง ต้องการสร้างสรรค์บางสิ่งจากไอเดียเจ๋งๆ ของตัวเองมากกว่างานที่จำเจ ทำตามคำสั่ง และมีทักษะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ยอดเยี่ยม จากความชอบและทักษะเหล่านี้ อาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่จึงแตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ที่ต้องการงานที่มั่นคงเป็นหลัก มาเป็นงานสาย Creative กันมากขึ้น เช่น ดีไซเนอร์ ผู้กำกับ นักโฆษณา นักเขียน สถาปนิก และอีกหนึ่งอาชีพที่มาแรงมากๆ คือ อาชีพนักจัดงานออแกไนซ์ หรือออแกไนเซอร์ (Organizer)

อาชีพจัดงานออแกไนซ์ในทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ความท้าทายของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังสอดรับกับความต้องการของตลาดที่ต้องการคนมาทำงานสายนี้จำนวนมาก จะเห็นได้ว่าตลอดปีจะมีงานอีเว็นต์ งานจัดแสดงสินค้า งานเปิดตัวแบรนด์ คอนเสิร์ต งานเฉลิมฉลองต่างๆ ฯลฯ เวียนกันจัดแทบทุกวัน นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่า ทำไมอาชีพนี้ถึงได้ ‘บูม!’ ใครหลายคนก็อยากกระโจนเข้าสู่อาชีพสายนี้

เหตุผล 5 ข้อ ที่คนเลือกเรียนจัดงานออแกไนซ์

1. ชอบงานไม่จำเจ ได้สร้างสรรค์ และตื่นเต้นอยู่ตลอด

จุดเด่นของอาชีพออแกไนซ์ คือ ลักษณะการทำงานที่ไม่เคยจำเจ เพราะงานออแกไนซ์นั้นครอบคลุมตั้งแต่การจัดงานเลี้ยงฉลอง การจัดงานประชุม การจัดบูธสินค้า การจัดงานแสดงสินค้า ไปจนถึงการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก หรืองานในระดับนานาชาติ ทุกงานจึงถือเป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องสร้างสรรค์ใหม่เสมอตามความต้องการของลูกค้า เปิดโอกาสให้เราได้ท้าทายความคิดสร้างสรรค์ เคล้าด้วยความตื่นเต้น ตั้งแต่การวางแผน การจัดงาน และระหว่างงานที่มีอะไรให้ลุ้นอยู่ตลอด

ใครที่มีไฟในการสร้างสรรค์ มีคอนเซ็ปต์เจ๋งๆ อยากอวดให้โลกเห็น อยากท้าทายตัวเองภายใต้แรงกดดันที่จะผลักให้เราคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่งขึ้น ค้นพบความสามารถใหม่ๆ อยู่ในความรู้สึกที่ “ฉันก็ทำได้!” บ่อยๆ อาชีพออแกไนซ์ ตอบโจทย์แน่นอน

รูปที่1 ภายในบทความ งานออแกไนซ์

2. ชอบงานเบื้องหลังและงานประสานงาน

เหตุผลที่คนเลือกมาทำงานสายออแกไนซ์นั้น หลักๆ เกี่ยวกับความชื่นชอบหรือ Passion ในการทำงานด้านนี้ เหมือนในข้อแรกที่อาชีพสายนี้เปิดโอกาสให้ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ไม่จำเจ ในข้อนี้ก็เช่นกัน งานออแกไนซ์เหมาะกับคนที่ชอบสร้างสรรค์ผลงานออกมา และคอยยืนชื่นชมความสำเร็จอยู่ ‘เบื้องหลัง’ เป็นความอิ่มใจและภาคภูมิใจมากกว่าการออกไปยืนเด่นในสปอตไลต์

นอกจากนี้ บางคนก็ชื่นชอบการหยิบองค์ประกอบต่างๆ มาประสานกันให้เกิดบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา งานออแกไนซ์เป็นงานที่ต้องการทักษะการประสานงานค่อนข้างมาก เพราะกว่างานงานหนึ่งจะเกิดขึ้นและสำเร็จลงได้ ต้องการการร่วมมือของฝ่ายต่างๆ หน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก อย่างเช่น การจัดงานจัดแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ก็ต้องประสานงานกับแบรนด์ต่างๆ ที่จะมาร่วมแสดง เจ้าของสถานที่ สื่อโฆษณา ทีมเสียงและไฟ อาจมีการจ้างดาราหรือ Influencer ที่ต้องติดต่อต้นสังกัด เป็นต้น

แม้งานออแกไนซ์จะเป็นงานเบื้องหลัง แต่ก็ถือเป็นงานที่ต้องติดต่อกับคนค่อนข้างหลากหลาย ช่วยเปิดประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้จากคนในสายอาชีพต่างๆ พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก และเชื่อเลยว่าเมื่อได้จัดงานใหญ่ๆ ผ่านพ้นทั้งโจทย์งาน โจทย์คนมาแล้ว ไม่ว่างานใหญ่แค่ไหนก็ไม่ยากเกินความมุ่งมั่นพยายาม

3. มีงานเยอะมากและมีงานตลอดปี

แม้อาชีพออแกไนซ์จะไม่ได้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับว่ามีความมั่นคงเหมือนอาชีพอื่นๆ เพราะความเชื่อว่า ไม่ได้มีงานตลอดทั้งปี บางเดือนอาจมีงานมาก แต่บางเดือนอาจไม่มีงานเลย แต่จริงๆ แล้ว งานจัดออแกไนซ์มีเยอะมากๆ และมีตลอดทั้งปี มีงานแทบทุกวัน หรือบางทีหนึ่งวันอาจมีงานมากกว่าหนึ่งงาน ไม่ว่าจะจัดงานประชุม งานสัมมนาธุรกิจ งานเปิดตัวแบรนด์ งานแสดงสินค้า นิทรรศการตามโอกาสพิเศษต่างๆ คอนเสิร์ต ฯลฯ ก็วิ่งเข้ามาไม่เคยหยุด

4. ได้เพื่อน สังคม และเครือข่ายกว้างขวาง

ด้วยลักษณะงานที่ต้องติดต่อประสานงานกับคนจากหลายๆ หน่วยงาน/องค์กร ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสตัวเองให้ไปรู้จักคนในวงกว้างมากขึ้น ช่วยให้คนที่ทำอาชีพจัดออแกไนซ์มีสังคมและเครือข่ายที่กว้างขวางมากขึ้น นำมาซึ่งเพื่อน หรือคนที่สามารถให้คำแนะนำในสายงานต่างๆ ได้

นอกจากนี้ สำหรับเพื่อนที่ทำงานออแกไนซ์ด้วยกันแล้ว เราต้องพบและผ่านปัญหาต่างๆ มาร่วมกันตลอดเส้นทางอาชีพนี้ ความสัมพันธ์ของคนที่ผ่านอะไรต่างๆ มาด้วยกัน คิดว่าจะแน่นแฟ้นขนาดไหน

5. อยากใกล้ชิดดารา นักร้อง ศิลปิน

สำหรับหลายๆ คน อีกข้อที่เป็นแรงจูงใจหรือถึงขั้นเป็นแรงบันดาลใจให้อยากทำงานออแกไนซ์ขึ้นมาจริงๆ จังๆ คือ การมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ชื่นชอบ เพราะออแกไนเซอร์คือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Production ต่างๆ ในการจัดคอนเสิร์ต และงานจัดแสดงสินค้า เปิดตัวแบรนด์ที่เชิญดารามาร่วมโปรโมต ก็จะมีโอกาสใกล้ชิดหรือทักทายเป็นการส่วนตัวด้วย

สำหรับประเทศไทย ก็มีศิลปินต่างๆ จากทั่วโลก เวียนมาจัดคอนเสิร์ตอยู่บ่อยๆ ทำให้มีงานอยู่ตลอด สำหรับคนที่อยากทำงานสายนี้โดยตรง ก็มีบริษัทออแกไนซ์ที่เน้นทำคอนเสิร์ตอยู่ ก็ช่วยให้มีโอกาสได้เจอศิลปินที่รัก ที่ชอบอยู่ตลอด ใครสายฝรั่ง หรือเป็น ‘ติ่ง’ เกาหลี สายเอเชียนก็เตรียมพบกับ “คุณความรัก” ได้เลย

อยากเรียนจัดงานออแกไนซ์สายตรง ต้องเรียนอะไร?

แม้ว่ามีหลายคนที่อยากจะเข้าทำงานในสายออแกไนซ์กันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ค่อยมีคนรู้ว่าแล้วควรจะเรียนอะไรเพื่อที่จะเป็นออแกไนเซอร์มืออาชีพ

รูปที่3 ภายในบทความ งานออแกไนซ์

จริงๆ แล้ว ในประเทศไทยก็มีสาขาวิชาที่สอนเกี่ยวกับการจัดงานอีเว็นต์ จัดนิทรรศการ หรืองานออแกไนซ์ต่างๆ อยู่ อย่างที่ Dusit Thani College ก็เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนิทรรศการและการประชุม (Bachelor of Business Administration Program in MICE and Events Management) ในระดับปริญญาตรี สำหรับคนที่อยากมาสายนี้โดยเฉพาะ

หลักสูตรการจัดการนิทรรศการและการประชุม หรือ MICE and Events Management ที่ Dusit Thani College ผู้เรียนจะได้เรียนทุกสิ่งที่จำเป็นในอุตสาหกรรมนี้ รวมทั้งศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  พร้อมทั้งสั่งสมประสบการณ์จากการศึกษาดูงานจากสถานที่จัดงานงานชั้นนำ เช่น ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC) ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี (IMPACT) และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เป็นต้น เพื่อให้ผู้เรียนจบออกไปเป็นออแกไนเซอร์มืออาชีพ

และนอกจากสายงานจัดออแกไนซ์หรือจัดงานอีเว็นต์โดยตรง หลักสูตรนี้ก็ตอบโจทย์กลุ่มอาชีพอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม เช่น การโรงแรมและที่พัก การท่องเที่ยว งานโฆษณา งานขนส่ง ฯลฯ หรือจะจบออกไปเป็นผู้ประกอบการธุรกิจสายนี้เองก็ได้อีกด้วย เพราะที่นี่ก็ปลูกฝังความเป็นผู้ประกอบการให้ด้วยเช่นกัน

สรุป

ใครที่มีไอเดียเจ๋งๆ ชอบงานเบื้องหลัง ได้ใกล้ชิดดาราหรือศิลปินที่รัก โลกของงานออแกไนซ์คือที่ที่จะให้คุณได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสตัวเองสู่โลกของความตื่นเต้นท้าทาย

มีคนกล่าวว่า “งานออแกไนซ์ คือ งาน ‘สร้างฝัน’ ให้เป็นจริง”  หากคุณก็มีไอเดียและมีไฟอยากทำงานออแกไนซ์ เริ่มต้นเปลี่ยน Passion ให้กลายเป็น Profession ได้ ที่นี่

Turn Your Passion Into Profession

Learn more
logo
Lead Magnet - eBook - Slide-In White