TCAS Portfolio ทำ Portfolio ยังไงให้ได้เรียน?

 

ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายมหาวิทยาลัยเปิดรับ portfolio เพื่อรับตรงรอบที่ 1 กันแล้ว น้อง ๆ หลายคนคงจะเริ่มทำ Portfolio เพื่อยื่นเรียนต่อปริญญาตรี

กันแต่เนิ่น ๆ แต่ทำ Portfolio ยังไงถึงจะออกมาโดดเด่น ถูกใจกรรมการ วันนี้พี่แอดมินมีคำแนะนำดี ๆ มาฝากกันค่ะ

สำคัญมาก จำไว้แม่น ๆ เลย Portfolio ที่น้อง ๆ จะใช้ยื่น ต้องมีไม่เกิน 10 หน้า และประกอบด้วย 6 ส่วนสำคัญคือ

 

  1. หน้าปก (ไม่นับรวมใน 10 หน้านี้จ้า)  

หน้าปกต้องสวย มีชื่อ-นามสกุล และคณะที่ต้องการยื่น แบบที่กรรมการเห็นปุ๊บรู้ปั๊บ ว่าน้องชื่ออะไร จะยื่น portfolio คณะไหน ทำให้ง่ายต่อการคัดกรองและสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบค่ะ

 

  1. ประวัติส่วนตัว (1 หน้า) 

รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของเราอย่างคร่าว ๆ แบบอ่านแล้วเห็นภาพเข้าใจง่าย ตรงนี้ถ้าใครอยากรู้ว่าควรใส่อะไรบ้าง ใส่ตามนี้เลยค่ะ

  •  ชื่อ นามสกุล 
  • โรงเรียนที่กำลังศึกษาอยู่
  •  เกรดเฉลี่ย 
  • วัน เดือน ปีเกิด 
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล 
  • ชื่อบิดา มารดา 
  • งานอดิเรก 
  • ความสามารถพิเศษ เป็นต้น 

ซึ่งถ้าน้อง ๆ อยากทำให้ประวัติในส่วนนี้โดดเด่นขึ้นล่ะก็ ลอง Google หาคำว่า Resume ดู แล้วใช้เป็นตัวอย่างอ้างอิงได้เลยค่ะ พี่แอดมินแอบกระซิบว่า ถ้าอยากได้ template สวย ๆ ไม่ต้องซื้อ theme portfolio ที่วางขายก็ได้ค่ะ ใช้ theme resume ใน Micorsoft Word หรือค้นหา Resume template ใน google หรือ pinterest น้อง ๆ ก็จะได้แรงบันดาลใจไปทำดีไซน์ประวัติส่วนตัวที่โดดเด่นกว่าคนอื่นได้แล้วค่ะ

 

  1. ประวัติการศึกษา (1 หน้า) 

ตรงส่วนนี้จะใส่แค่โรงเรียนมัธยมต้น และมัธยมปลายก็ได้ หรือบางคนจะใส่จนถึงระดับประถมศึกษาก็ไม่ว่ากันค่ะ ยิ่งถ้าได้เกรดตอนประถมศึกษาดีก็ใส่มาได้เลยค่ะ จะได้ช่วยเชิดหน้าชูตาให้ Portfolio เราโดดเด่น นอกจากใส่ชื่อโรงเรียนแล้ว อย่าลืมใส่ชื่อผลการศึกษาด้วยนะคะ GPAX นั้นสำคัญมาก ห้ามลืมใส่เด็ดขาด

 

  1. เหตุผลที่เลือกเรียนในคณะ หรือสาขานั้น ๆ (1 หน้า) 

อยากเรียนทั้งที ก็ต้องมีแรงบันดาลใจ มีเหตุผลที่เลือกเรียนค่ะ ส่วนนี้แหล่ะค่ะ จะเป็นส่วนที่เอาไว้เขียนโน้มน้าวใจกรรมการ เพราะฉะนั้นเรื่องภาษาต้องระวังมาก ๆ เลยนะคะ น้อง ๆ ต้องใช้ภาษาเขียน ห้ามใช้ภาษาพูดเด็ดขาด ภาษาเขียนเป็นอย่างไร? อธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนตอนน้อง ๆ เขียนเรียงความส่งครูนั่นแหล่ะค่ะ เรียบเรียงให้สละสลวย เริ่มต้นง่าย ๆ จากแรงบันดาลใจที่ทำให้น้อง ๆ อยากเรียนคณะนี้ เรียนแล้วจะนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพอย่างไร ลองลิสท์มาเป็น bullet point ก่อนก็ได้ค่ะ จะทำให้เขียนได้ง่ายขึ้น แล้วค่อยนำ bullet point เหล่านั้นมาเรียงลำดับและเขียนให้เชื่อมโยงกัน เอ๊ะ! คุ้น ๆ ไหมคะ? GAT PAT เชื่อมโยง เอามาใช้ประโยชน์ตรงนี้ก็ได้นะคะ!

 

  1. รางวัล ผลงาน และเกียรติบัตร (2-4 หน้า) 

ส่วนนี้ถือเป็นตัวช่วยของนักแข่งเลยค่ะ การแข่งขันทั้งหลายที่เราอุตส่าห์ลำบากตรากตรำไปร่วมประกวดมาจะได้เผยโฉมให้โลกรู้แล้ว ณ บัดนี้! บางคนมีเยอะจนใส่ไม่หมด พี่แอดมินอยากบอกว่า ไม่ต้องใส่ให้หมดก็ได้จ้า คัดเฉพาะอันที่โดดเด่นมาใส่ค่ะ และถ้าการประกวดนั้นมีความเชื่อมโยงกับคณะที่ต้องการจะเรียนล่ะก็ ยิ่งยอดเยี่ยมเข้าไปใหญ่! แล้วอย่าใส่แต่รูปนะคะ ควรจะใส่เนื้อหาของรางวัลนั้น ๆ ไว้ด้วยค่ะ กรรมการอ่านแล้วจะได้รู้ว่าน้อง ๆ ไปชนะประกวดรางวัลอะไรมาบ้าง

 

  1. กิจกรรม (2-3 หน้า) 

พื้นที่สำหรับนักกิจกรรมมาแล้วค่ะ! สำหรับบางคนอาจไม่ได้มีเกียรติบัตรมากมาย แต่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ไม่ได้ปิดโอกาสนะคะ นี่แหล่ะค่ะ พื้นที่ของเรา! Study Hard, do activities harder ค่ะ! ใส่ไปเลยค่ะ ตั้งแต่กรรมการนักเรียน ยันกีฬาสี ยันกิจกรรมเพื่อสังคม ใส่มาให้หมด! แต่อย่าให้เกิน 10 หน้าที่เกณฑ์เค้าบังคับไว้น้า และอย่าลืมบรรยายเนื้อหากิจกรรมคร่าว ๆ ให้กรรมการอ่านแล้วเข้าใจด้วยนะคะ

 

รู้แบบนี้แล้ว การทำ Portfolio ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยนะคะ ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยก็เปิดรับตรงเรียนต่อปริญญาตรีกันแล้ว รวมทั้งวิทยาลัยดุสิตธานี (Dusit Thani College) ที่เปิดรับตรงเรียนต่อปริญญาตรีรอบปีการศึกษา 2563 แล้วค่ะ 

ใครสนใจสมัครคณะต่อไปนี้ ยื่น Portfolio มาได้เลยจ้า อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dtc.ac.th/bachelor-qualification/

 

 หลักสูตรภาคไทย 

 

หลักสูตรนานาชาติ

อย่ารอช้า ยื่นก่อน ได้ที่เรียนก่อน ก็ชิลก่อนใครเพื่อน! สมัครเรียน คลิก

 

Turn Your Passion Into Profession

Learn more
logo
Lead Magnet - eBook - Slide-In White